๓ กันยายน ๒๕๕๒

Posted in Uncategorized on 18, 2008 by mairay

 

 

เข้าปีที่ - สี่

ในวันที่ - เธอ

อายุเท่า - ฉัน

เกี่ยวเก็บสัม - พันธ์

ผูกรักรัด - มั่น

ติดตรึงร่าง - ใจ

 

aof work

 

Art work by Wuttipong Leetrakul
(Technique : black ink on paper)

คน-ละ-เล่ม โปรเจค

Posted in Uncategorized on 18, 2008 by mairay

Kon-La-Lem Project / Donate one for good sake

โปรเจคทำบุญสนุกๆ กับคนใจดี มาบริจาคหนังสือดีๆ ให้น้องๆกันเถอะ
sunsetsound และ นิตยสาร happening ขอเสนอโครงการบริจาคหนังสือสุดฮิป ที่ไม่ต้องการแค่หนังสืออะไรก็ได้
หลายๆครั้งเมื่อเราได้ยินถึงโครงการเหล่านี้ แทบจะทุกคนต้องนึกถึงกองหนังสือ หรือนิตยสารเก่าๆที่วางค้างนานเป็นแรมปี ไม่ได้ปัดได้เปิด พร้อมที่จะโล๊ะให้พ้นสายตาเมื่อไหร่ก็ได้ หลายคนตั้งใจที่จะนำมันไปบริจาคตามที่ต่างๆ แต่ในทางกลับกัน เด็กๆผู้ซึ่งได้รับซักกี่คนที่จะได้ประโยชน์จากกองหนังสือเหล่านั้นของคุณ เรา “คน-ล่ะ-เล่ม โปรเจค” เห็นถึงความต้องการของเด็กๆผู้รักในการอ่านหนังสือ และตัวเราเองซึ่งรักในการอ่านหนังสือเช่นกัน จึงขอเชิญชวนให้พี่ๆน้องๆที่น่ารักใจดีทุกท่าน พิจารณา บริจาคหนังสือที่ท่านคิดว่ามีคุณค่าไม่ว่าจะในด้านไหน หรือ สมควรที่จะเผยแพร่เพื่อเสริมวิตามินอาหารสมองให้ผู้ซึ่งไม่มีโอกาสได้ลิ้มลอง เพื่อต่อยอดสังคมแห่งการอ่านในประเทศไทยให้มั่นคงและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ใครจะไปรู้วันข้างหน้า สิ่งที่คุณให้อาจเปลี่ยนชีวิตพวกเขาเหล่านั้นได้ไม่มากก็น้อย

***มาช่วยกันยกเด็กฉลาดเพื่อชาติเจริญกันเถอะ สร้างสังคมการอ่านที่แข็งแรงได้ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงเดือนตุลาคม2009จ้า ช่วยกันบอกต่อก็จักเป็นพระคุณยิ่ง

ป.ล. เราขอชวนร่วมสนุก ส่งเมสเสจ หาน้องๆด้วยการเขียน ข้อความ ไม่ว่าจะให้กำลังใจ แนะนำหนังสือ ทักทาย หรือเป็นคำนำของตัวคุณเอง สั้นง่ายๆไว้ด้านในปกหนังสือ เพื่อให้ ผู้ให้และผู้อ่านได้สื่อสารกัน เพราะเราเชื่อว่า สังคมไทยแข็งแรงได้เมือเราสื่อสารและ เข้าใจกัน

ป.ล.2 ขอเป็นหนังสือที่อยากให้ และเป็นประโยชน์กับน้องๆนะคะ

ข้อมูลโรงเรียนที่จะนำไปบริจาค:
โรงเรียนชุมชนบ้านผำ เป็นโรงเรียนขยายโอกาส คือเปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล 1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ตั้งอยู่อำเภอเมืองสรวง จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นโรงเรียนชนะเลิศการประกวดโรงเรียนส่งเสริมการอ่านยอดเยี่ยม ผู้บริหารส่งเสริมการอ่านยอดเยี่ยม และห้องสมุดส่งเสริมการอ่านยอดเยี่ยม ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2 แต่สิ่งที่ประสบอยู่คือหนังสือในห้องสมุดมีไม่เพียงพอ มีหนังสือเก่าไม่น่าสนใจ

สถานที่รับหนังสือ คน-ล่ะ-เล่ม โปรเจค:
–ไปรษณีย์ หรือมาส่งด้วยตัวเองที่ นิตยสาร happening >>21/96 ชั้น 4 บล็อก D อาร์ซีเอ ซอยศูนย์วิจัย ถ.พระราม 9 บางกะปิ ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310 โทร 02664-6470

– ร้าน HONEYPIE Bar >>160 หมู่บ้านพิบูลย์วัฒนา ซอย 2 ถ.พระราม 6 (ซอย 34) พญาไท http://honeypiebar.hi5.com

– ร้าน Lollipop Bar (อดีตLullabar)>> ร้านตั้งอยู่ที่ ถ.มหรรณพ ซ.มหรรณพ1 เขตพระนคร ใกล้กับเสาชิงช้าครับถ้ามาจากทางราชดำเนินก็เข้าทางแยกคอกวัวได้เลย  http://lollipopbar.hi5.com

–ส่วนเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ ของเม ใครสะดวกรวบรวมกันมาเยอะๆแล้วให้เราไปเอา หรือ เอามาให้เราก็บอกเลยนะ (กรณีอยู่ไม่ไกลเกินไปนะค๊ะ)

เลือกตามสะดวก ติดไม้ติดมือมาคนละเล่มสองเล่ม ก็เยี่ยมแล้ว!!

so sorry I couldn’t save you

Posted in Uncategorized on 18, 2008 by mairay

หลับ

เป็นเวลากว่า 3 ชม.ที่เจ้าดำ หมาบ้านคุณป้า

(ซึ่งอยู่ติดกันแค่เปิดรั้วข้าม)

เห่าแบบเอาเป็นเอาตาย ประหนึ่งเจอศัตรูคู่อาฆาตก็ไม่ปาน

ฉันซึ่งนั่งวุ่นวายอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดช่วงกลางคืนนั้น

ก็อดรำคาญไม่ได้

ล่วงเลยจนไปถึงตอนเช้า

ฉันจึงเดินไปดูให้เห็นกับตาว่า ไอ้ดำ เห่าหาพระแสงอะไรกัน

ในใจก็หวั่นว่า จะเป็นงู ที่เลื้อยสุ่มสี่สุ่มห้าผ่านมา

(มันเคยเป็นเยี่ยงวีรชนหมาเก่ง งับงู งับตุ๊กแกสิ่นชีพคาปากมานักต่อนัก)

หรือแย่ไปกว่านั้น อาจจะเป็นโจรที่ตั้งใจแวะมาสำรวจบ้าน

โชคดีที่พระอาทิตย์ขึ้นตอนหกโมงเช้า และฉันพอจะเห็นว่า คู่กรณีของมันเป็นใคร

โอ้แม่เจ้า!!!

ไอ้เหมียวตัวไม่เกินฝ่ามือ ยืนตั้งท่าท้าคำขู่ของไอ้ดำอยู่อย่างไม่ขยับเขยือน

เจ้าเหมียวตัวน้อยสีดำ และมีถุงเท้าสีขาวทั้งสองคู่

น่ารัก น่าชัง น่าเอ็นดู เป็นอย่างยิ่ง

ขณะที่ไอ้ดำ เห่า ขู่ ดูเชิง

ไอ้เหมียวก็ขู่ด้วย ขู่แบบ “ฉันต้องสู้ ฉันต้องสู้”

อดปลื้มเป็นไม่ได้ ตั้งใจไว้แล้วว่า ฉันจะหิ้วมันกลับมาเลี้ยง ชัวร์ป๊าบ

เวลานั้นฉันแอบสลึมสลือกับแสงตอนเช้า

จึงได้แต่ไล่ไอ้ดำไม่ให้มายุ่ง โดยที่ฉันยืนอยู่ห่างจากการเผชิญหน้า แค่ไม่กี่ก้าว

การกลัวหมาอารมณ์รุนแรงที่ไม่สนิทสนมกันกัด คงไม่ไม่แน่ไปใช่มั้ย

ในขณะที่ชั้นได้แต่ออกปากสั่งไอ้ดำหยุดเห่า เจ้าเหมียวก็หันมาสบตา ร้องเรียกฉันเบาๆ นัยว่าช่วยอุ้มนู๋ไปด้วยนะ

เจ้าดำก็พุ่งเข้าชาร์ตเหมียวน้อยที่ไม่มีทางสู้ อย่างทันทีทันใด

เหมียวน้อยหงายท้อง และก็สู้ไม่สนไซส์เช่นกัน

ดำผละออกไป เหมียวหอบ ยืนกันท่า ฉันกรีดร้อง

อีกไม่กี่วินาทีต่อมา ขณะที่ฉันมองหาไม้ไล่ไอ้ดำ

เหตุการณ์ก็เลวร้ายกว่าเดิม

ไอ้ดำซัดเจ้าเหมียวอีกรอบ โดยที่ฉันไม่ทันมอง

ฉันคว้าไม้ได้ โทสะพุ่ง ส่งเสียงดังลั่นซอย พร้อมฟาดไม้ลงไปบนพื้นรอบๆตัว

ไม่เคยโมโหขนาดนี้มาก่อนเลย

เจ้าเหมียว ล้มแล้ว นอนตะแคงหายใจหอบ

ไอ้ดำชะงัก วิ่งถอยห่างฉัน แต่ก็ไม่ล่ะสายตาจากเจ้าตัวน้อย

ฉันใจเสีย เข้าไปอุ้มเจ้าตัวน้อย วิ่งเอากลับไปไว้ที่บ้าน เพื่อรีบนำไปส่งโรงหมอ

มันเป็นอารมณ์ อย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน

ฉันอธิษฐานให้มันได้อยู่กับฉันต่อ

มันมองหน้าฉัน และหายใจหอบเป็นระยะๆ

โอ้แม่เจ้า…อยู่ด้วยกันก่อนนะ

ฉันวางมันไว้บนโต๊ะกระจก แล้วรีบตะลุยเข้าบ้านหยิบทุกอย่าง

ใจไม่ดีเลย

มือไม้สั่น

สุดท้ายฉันวิ่งลงมา หัวแทบขมำ เพื่อมาอุ้มเจ้าเหมียวไปขึ้นรถ

…..

…..

…..

ไม่เชื่อได้มั้ย

ไหนแมวมีเก้าชีวิตไงเล่า

 

ฉันช้าไป 

ขอโทษ

 

วิฬาร

Posted in Uncategorized on 18, 2008 by mairay

เพลิน’รมณ์ภาพโพล้เพล้    แดดอ่อนอ่อน

วิฬารร่อนลงพื้น               ลื่นไถล

แล้วจักหยุดเพ่งพิจ            พินิจไกล

พลันหันไซร้เอียงร่าง        เยื้องย่างมา 

วิฬารเจ้าซุกซน                ปนเสน่ห์

ถึงคราวเร่ร่อนเรื่อย          เปลือยหรรษา

ฤ คราวหยุดนอนนิ่ง          ทิ้งกายา

พาลใจข้าอ่อนลง              ปลงสำคัญ

 

เจ้าวิฬารตัวน้อย              คอยคลอเคล้า

เปรียบดั่งโฉมงามเจ้า        ในความฝัน

หากหยุดนิ่งติดตรึง           พึ่งสัมพันธ์

ทั้งใจฝันหยุดหาย             คลายโลกา

มาบัดนี้วิฬารน้อย             พลอยตีจาก

เหลือเพียงซากอารมณ์    ชวนสงสัย

วิฬารเจ้าวิ่งห่าง                จากทันใด

นภาไซร้มืดทมึน              คืนดังเดิม

 

**โคลงเมรัยสุภาพ สำหรับยามเย็นโดยเฉพาะ

if…

Posted in Uncategorized on 18, 2008 by mairay

if

if i’m nothing,

i’ll give nothing,

i’ll recieve nothing,

i’ll feel nothing

and for all

i’ll be nothing.

with all the best respect

Posted in Uncategorized on 18, 2008 by mairay

 

my draw 

 

after a little insomnia

im  wake till now 9.09

and here is what i ‘ve got this morning…

 

very artistic indeed ….hahaha

but with all the best respect…

 

2:22

Posted in Uncategorized on 18, 2008 by mairay

ลงนั่งอย่างไม่เร่งรีบ

บางครั้งก็มาพร้อมอาการมึน ๆเล็กน้อย

กด สวิซเพื่อเปิด ups

แล้วตามด้วย cpu และต่อมา เปิดจอ monitor

 

หากวันไหนที่ไม่ได้อยู่กับคอมพิวเตอร์ตลอดเวลา

ก็จะเป็นอาการปกติในช่วงเวลาค่ำคืนแบบนี้ร่ำไป

 

ฉัน

ติดการกระทำแบบนี้ไปนานแค่ไหนแล้วนะ

 

หากควรจะนอนแต่ก็ไม่ยอมนอน

กลับถ่างตาอันพาลจะปิดเสียให้ได้

มานั่งหน้าสลอนอยู่หน้าคอมพิวเตอร์

 

เพราะมัวแต่คิดว่า มีงานที่ต้องทำ นี่นา(ทั้งที่ๆถ้าอยู่ในอาการนั้นแล้ว ก็ยากเหลือเกินที่จะกลับไปมีสมาธิกับงาน)

 

กลายเป็นความเคยชินแบบเลี่ยงไม่ได้ไปซะแล้ว

 

และทุกครั้งฉันก็จะเจอกับ

2:22

ซะทุกที

บางวัน เรียกว่า หลายวันมานี้ดีกว่า

ฉันก็มักจะเจอกับ

22:22

เข้าอีกซะด้วย

 

เป็นการเหลือบมองดูเวลาที่จอคอม โดยไม่ได้ตั้งใจ

 และทุกที ก็จะเจอกับตัวเลขเวลานั่น

ทุกครั้งจริงๆ

 

แต่ก่อนเคยได้คุยกับเพื่อนคนนึงเมื่อคราวเยาว์วัย (จริงๆก็ไม่กี่ปีเอง 55)

มันก็บอกกับฉันว่า เนี่ย เวลาแกบังเอิญมองไปเห็นเวลาที่เป็นตัวเลขเดียวกันนะ โดยฉพาะ 0:00 (ซึ่งก็คือตอนเที่ยงคืนเป๊ะ) จะถือว่าโชคดี ให้แกอธิษฐาน แต่ต้องบังเอิญเหลือบไปเห็นทีเดียว พอดีเป๊ะนะเว้ย

ด้วยพอดีเวลาที่เห็นตอนนั้น คือ 0:00 นั่นเอง มันเลยรีบเอ่ยขึ้นมาอย่างว่องไว

ฉัน ก็ว่าง่าย เรื่องแบบนี้ แหม่

อธิษฐานเป็นจริงเป็นจังซะ

 

จนถึงปัจจุบัน แม้จะไม่ได้ไปปักใจอะไร

แต่ทุกครั้งที่อยู่หน้าคอมยาวๆหรือเพิ่งเปิดคอมบ้างตอนดึก แล้วเหลือบไปมองเวลา

แบบไม่ได้ตั้งใจจริงๆ มองแค่ดูว่ากี่โมงแล้วเท่านั้น

ก็มักที่จะเห็น ตัวเลข 2 สามตัว สวยๆเรียงกันเสมอ ไม่ได้โม้ (ไม่ยักเจอ 0:00 )

แล้วมันก็อดอธิษฐานอะไรดีๆยิ้มๆในใจไม่ได้

ก็แหม่นะ คำอธิษฐานของคนเราก็เหมือนเป็นการหากำลังใจให้ตัวเองนั่นแหล่ะ

บางวัน ก็เห็นทั้งคู่เลย นะ อย่างเมื่อวานนี้ 22:22 ด้วย

ดีใจ๊ ดีใจ (ทำไม55)

 

จริงๆแล้ว มันเป็นความสุขเล็กๆที่ฉันได้รับอย่างง่ายๆไม่รู้ตัว

ให้ฉันได้อมยิ้มเล็กๆน้อยๆในใจซัก 10 -20 วินาที

กับวันบางวัน ที่ฉัน รู้สึกได้ว่าอยากจะหลุดออกไปเดินเล่นนอกจักรวาลซักพัก

หรือดำดิน ลงใต้สมุทรแล้วก็จมอยู่เงียบๆซักประเดี๋ยว

 

ที่สำคัญ สำหรับ ฉัน ช่วงเวลาเล็กๆนั้น

มันปลดล๊อกอารมณ์แย่ๆของฉันได้ดีทีเดียว

บางคร้งก็อาจเรียกได้ว่า ช่วงเสี้ยวเวลากลับใจ

ฮา

 

ดีออก

ป.ล.

มีใครมีเวลาปลดลีอกอารมณ์ สวยๆอีกมั้ยนะ

ป.ล. 2

ฉันมีอีกเวลานึง 5:55 เป็นเวลาที่ดีที่สุดในมวลเวลาของฉัน

ความรู้สึกที่ได้รับได้เห็นในช่วง เลขนั้น เวลานั้นจะไม่ลืมไปจนวันตายเลยล่ะ

แต่ไม่บอกหรอกนะว่าทำไม ;p

Posted in Uncategorized on 18, 2008 by mairay

วันนี้ไปเจอบทความหนึ่งจากเวป  kosanathai.com

ขออนุญาต นำมาลง ไว้ ณ ที่นี้ คะ

 

ForwardMail : ในหลวงทรงร้องไห้


    ForwardMail : ในหลวงทรงร้องไห้

เมื่อวันที่ 8 มีนา ที่ผ่านมาผมได้ไปงานที่โรงเรียนเหมือนเช่นทุกปี
ตอนกลับเดินมาตามตึกยาวเพื่อจะกลับมาทางประตูด้านเพาะช่าง
ยังไม่ถึงบริเวณเศาลหลวงพ่อปู่ พบอาจาร์ยท่านหนึ่งนั่งอยู่
จำได้ว่าเป็นอาจารย์สุธี ท่านเกษียณไปแล้ว ไม่รู้คุณรู้จักรึเปล่า
กราบอาจารย์ท่านแล้ว สังเกตุเห็นว่าอาจารย์ร้องไห้อยู่
ท่านบอกเพิ่งได้พบกับรุ่นพี่ที่มาในงาน รุ่นที่เท่าไหรก้อไม่ได้ถาม
เป็นนายทหารราชองครักษ์ชั้นผู้ใหญ­่ เค้าเล่าให้อาจารย์ฟังว่า
ในหลวงทรงร้องให้..เห็นบ่อยทรงเสียใจที่เมืองไทยจะสิ้นในรัชกาลของท่านแล้วกระนั้นหรือ”
ผมอยากจะตอบอาจารย์ไปว่าคงไม่หรอก ถ้าคนไทยรู้จำคำว่าว่า´หน้าที่´มากกว่า´สิทธิ´
เราเคยชินกับการเป็น..ผู้รับ…จากคนคนหนึ่งที่เกิดมาเป็น..ผู้ให้…ให้มาตลอด
เคยชินจนลืมไปว่าวันนี้ถึงเวลาแล้วรึยังที่เราควรจะผู้ให้แก่พระองค์ท่านบ้าง…

ผมลาอาจารย์เรียบร้อยร้อยกลับไปตามตึกยาว ไปไหว้ พระผู้ให้กำเนิดโรงเรียน
อธิฐาษขอให้พระช่วยคุ้มครองให้ในหลวงท่านทรงมีแต่ความสุข..ทรงมีพระพลานามัยที่แข็งแรง…เพียงแค่ไม่อยากได้ยินว่า
..ในหลวงทรงร้องไห้
ความสุขของพระมหากษัตริย์หนึ่งปีที่ผ่านมาเราใส่เสื้อเหลืองเราใส่สายรัดข้อมือสีเหลือง
คนนับแสนไปนั่งรอเป็นชั่วโมงๆ หน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม
เพื่อจะได้เห็นพระพักตร์ของพระบาทพระเจ้าอยู่หัวเพียงไม่กี่นาที
วันนั้นในขณะที่ทั้งโลกเริ่มเสื่อมศรัทธาในระบบการปกครองโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
เราได้แสดงให้โลกได้เห็นว่ามีประเทศเล็กๆประเทศหนึ่ง
ที่คนทั้งชาติยังซื่อสัตย์จงรักภักดีต่อราชวงศ์ จักรี และพระมหากษัตริย์อันทรงเป็นที่รักยิ่งของคนไทย

สิบสองปีที่ผ่านมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระประชวรหนักด้วยโรคหัวใจเพราะทรงงานหนักเกินไป
ในขณะเดียวกัน สมเด็จพระราชชนนีก็ทรงพระประชวรหนักอยู่ ณ โรงพยาบาลศิริราชเช่นกัน
เรายังจำรูปในหนังสือพิมพ์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมพระราชชนนี
ไม่กี่วันหลังจากการผ่าตัดให­่ถวาย
พระหัตถ์ข้างหนึ่งกุมอยู่ที่พระอุระและในพระหัตถ์อีกข้างหนึ่งทรงถือ ม้วนแผนที่กรุงเทพฯ
เพราะน้ำกำลังท่วมกรุงอยู่ ยังจำกันได้ไหม? …..
34 ปีที่ผ่านมาวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ.2516
เป็นครั้งแรกในรัชกาลที่เกิดวิกฤติด้านการเมืองรุนแรงที่สุดวันนั้น
นิสิตนักศึกษาและประชาชนนับหมื่นนับแสนเดินขบวนประท้วงรัฐบาล
เหตุการณ์ร้ายแรงยิ่งขึ้นตำรวจทหารยิงประชาชน ในขณะที่นิสิตนักศึกษาก็เผาสถานที่ราชการ
เกิดกลียุคทุกหย่อมห­้าคนไทยฆ่าคนไทยด้วยกันเอง “
คืนนั้น สถานีโทรทัศน์ทุกช่องถ่ายทอดสดจากพระราชวังสวนจิตรลดา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสกันคนไทยทุกคนว่า
คนไทยจะฆ่าคนไทยด้วยกันไม่ได้ ทุกอย่างต้องสงบโดยฉับพลัน”
และทุกอย่างก็สงบโดยฉับพลัน

หลังจากนั้นไม่นาน มีฝรั่งคนหนึ่งมาถามผมว่า
เป็นไปได้อย่างไร ที่คนๆ เดียวจะมีอำนาจเหนือคนทั้งประเทศได้อย่างนั้น?”
ผมไม่ได้ตอบ
แต่ตอนนั้นใจผมคิดถึงประโยคที่ มรว. คึกฤทธิ์ ปราโมชฯได้ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ BBC
ว่า พระองค์ทรงเป็น ´SOUL OF THE NATION´ หรือ”จิตวิ­­าณของคนไทยทั้งชาติ” ยังจำกันได้ไหม?

แล้ววันนี้เรากำลังทำอะไรกันอยู่
เราสร้างค่านิยมผิดๆว่าคนที่ประสบความสำเร็จคือคนที่มีเงินมากที่สุดเราโกงทุกครั้งที่มีโอกาส
เราเรียกร้องประชาธิปไตยโดยคิดถึงแต่สิทธิ” แต่ลืมคำว่า “หน้าที่”
เรากำลังฆ่ากันเองทุกวันในภาคใต้เราสร้าง กฎหมู่” ให้เหนือกฎหมาย”
เราเดินขบวนประท้วงในทุกอย่างที่เราไม่เห็นด้วยเราก้าวร้าวต่อกัน
เราแตกแยกกันและทั้งโลกกำลังจับตามองเราอยู่
เราเคยหยุดคิดกันบ้างไหมว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราจะทรงเสียพระทัยเพียงใด?
แล้วสิ่งที่เราทำไปในวันเฉลิมพระชนมพรรษาคืออะไร

การที่เราใส่เสื้อเหลือง สายรัดข้อมือ ที่ว่า Long life The King
เราทำเพื่ออะไรมันเป็นแค่ผักชีโรยหน้าที่จะแสดงให้โลกเห็นว่าคุณรักพระมหากษัตริย์เพียงใดเท่านั้นนะเหรอ

80 ชันษาของพระองค์ท่าน
หากเปรียบกับคนธรรมดาก็สมควรที่จะได้พักเต็มที่ได้รับการดูแล
และระมัดระวังเป็นพิเศษ ไม่สมควรที่จะตรากตรำทำงานหนัก

แต่กลับเป็นว่า ในปีที่ครบ 80 ชันษาของพระองค์ท่านยังต้องทรงงานอยู่ตลอดเวลา
ทั้งๆที่ทรงต้องอยู่ภายใต้การถวายการดูแลของคณะแพทย์
พระองค์ต้องรับทุกข์ของคนไทยทั้งชาติ
ความสุขของพระมหากษัตริย์พระองค์นี้ไม่ใช่จะประทับอยู่ในพระราชวังใหญ­่โตสวยงามแห่ล้อมด้วยข้าราชบริพารหากแต่ความสุขของพระมหากษัตริย์พระองค์นี้คือเมื่อประชาชนของพระองค์ท่านรักสามัคคีกันรู้จัก
ความพอเพียงและมีสติ-เพียงเท่านี้เอง
แล้ววันนี้เรากำลังทำอะไรกันอยู่?
หรือนี่คือการแสดงความกตเวทีต่อพระมหากษัตริย์ของเรา?

 

 

ความจริงแล้ว เราลืมที่จะให้จากใจจริง ไปนานเท่าไหร่แล้วคะ ให้โดยที่ไม่เรียกร้องอะไรกลับคืน

my dear darkness

Posted in Uncategorized on 18, 2008 by mairay

ความมืดที่รัก

 

ก่อนอื่น คงต้องบอกเธอไว้ก่อนว่า

ตอนนี้ ฉันเริ่มหลงรักเธอเข้าแล้ว

เธอ เป็นความมืดชนิดที่ฉันแม้จะเคยเจอมาก่อน แต่ก็ยังไม่ทันหลงรัก

แม้แต่ก่อนฉันจะหวั่นๆความมืดอย่างเธอ อย่างที่คนอื่นก็หวาดกลัว

แต่ในตอนนี้ มันเปลี่ยนไปแล้ว

ฉันเห็นเธอแล้ว ความมืดเอ๋ย

เธอ เป็นความมืดที่มาพร้อมละอองเย็นๆจากสายฝนปรอย

หรือบางทีก็มาพร้อมไอเย็นจากป่าเขาต้นไม้ใหญ่

เป็นความมืด ที่ยังสลัว และเต็มไปด้วยแสงดาวเรืองรอง

เป็นความมืดที่ไม่ทำให้ฉันหวาดผวา แต่กลับอยู่นิ่งๆซึมซาบความสงบไปพร้อมกัน

หลายๆครั้งที่ฉันทำผิด พลาดพลั้ง ไร้สาระ โวยวาย เอาแต่ใจ หรือแม้แต่ร้องไห้

เธอก็ไม่เคยรังเกียจที่จะอยู่กับฉัน และฉันก็รักที่จะอยู่ในความมืดอย่างเธอ

เหนือสิ่งอื่นใด เธอคือความมืด ที่ไม่ปล่อยให้ฉันจมอยู่อย่างเดียวดาย

 

เธออยู่กับฉันเสมอ แม้เธอจะไม่รู้เลยก็ตาม

 

ฉัน

 

 

 

 

(เหตุจาก วันนี้ ที่ไฟดับ 3 ชม.)

 

 

 

 

 

หากจะไม่เข้าใจ

Posted in Uncategorized on 18, 2008 by mairay

วันเวลา

ในห้วงคำนึง

กับสิ่ง

ที่คอยย้ำเตือน

 

ใคร

ไม่สนใจ

แต่ทำไม

แค่เพียงเธอ

 

ใจจริง

ใช่อื่นใด

หากรับรู้(หากรู้ไว้)

เป็นเช่นไร

 

ย้อนกลับ

ความว่างเปล่า

เลื่อนลอย

เพียงเราสอง

 

จากนี้

และอีกต่อไป

หากจะเข้าใจ

จะเข้าใจ

 

กายเรา

เพียงรู้สึก

ในส่วนลึก

ยังคงอยู่

 

คืนวัน

ดำเนินเปลี่ยน

หมุนเวียน

ไม่รู้จบ

 

เธอฉัน

ยังได้พบ

ในระบบ

ของจิตใจ

 

เหตุการณ์

ที่พลั้งพลาด 

จะรับไว้

ไม่เลือนหาย

 

จากนี้

และอีกต่อไป

หากจะเข้าใจ

จะเข้าใจ

 

แม้จากนี้

และอีกต่อไป

เธอจะไม่เข้าใจ

ไม่เข้าใจ