
เป็นเวลากว่า 3 ชม.ที่เจ้าดำ หมาบ้านคุณป้า
(ซึ่งอยู่ติดกันแค่เปิดรั้วข้าม)
เห่าแบบเอาเป็นเอาตาย ประหนึ่งเจอศัตรูคู่อาฆาตก็ไม่ปาน
ฉันซึ่งนั่งวุ่นวายอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดช่วงกลางคืนนั้น
ก็อดรำคาญไม่ได้
ล่วงเลยจนไปถึงตอนเช้า
ฉันจึงเดินไปดูให้เห็นกับตาว่า ไอ้ดำ เห่าหาพระแสงอะไรกัน
ในใจก็หวั่นว่า จะเป็นงู ที่เลื้อยสุ่มสี่สุ่มห้าผ่านมา
(มันเคยเป็นเยี่ยงวีรชนหมาเก่ง งับงู งับตุ๊กแกสิ่นชีพคาปากมานักต่อนัก)
หรือแย่ไปกว่านั้น อาจจะเป็นโจรที่ตั้งใจแวะมาสำรวจบ้าน
โชคดีที่พระอาทิตย์ขึ้นตอนหกโมงเช้า และฉันพอจะเห็นว่า คู่กรณีของมันเป็นใคร
โอ้แม่เจ้า!!!
ไอ้เหมียวตัวไม่เกินฝ่ามือ ยืนตั้งท่าท้าคำขู่ของไอ้ดำอยู่อย่างไม่ขยับเขยือน
เจ้าเหมียวตัวน้อยสีดำ และมีถุงเท้าสีขาวทั้งสองคู่
น่ารัก น่าชัง น่าเอ็นดู เป็นอย่างยิ่ง
ขณะที่ไอ้ดำ เห่า ขู่ ดูเชิง
ไอ้เหมียวก็ขู่ด้วย ขู่แบบ “ฉันต้องสู้ ฉันต้องสู้”
อดปลื้มเป็นไม่ได้ ตั้งใจไว้แล้วว่า ฉันจะหิ้วมันกลับมาเลี้ยง ชัวร์ป๊าบ
เวลานั้นฉันแอบสลึมสลือกับแสงตอนเช้า
จึงได้แต่ไล่ไอ้ดำไม่ให้มายุ่ง โดยที่ฉันยืนอยู่ห่างจากการเผชิญหน้า แค่ไม่กี่ก้าว
การกลัวหมาอารมณ์รุนแรงที่ไม่สนิทสนมกันกัด คงไม่ไม่แน่ไปใช่มั้ย
ในขณะที่ชั้นได้แต่ออกปากสั่งไอ้ดำหยุดเห่า เจ้าเหมียวก็หันมาสบตา ร้องเรียกฉันเบาๆ นัยว่าช่วยอุ้มนู๋ไปด้วยนะ
เจ้าดำก็พุ่งเข้าชาร์ตเหมียวน้อยที่ไม่มีทางสู้ อย่างทันทีทันใด
เหมียวน้อยหงายท้อง และก็สู้ไม่สนไซส์เช่นกัน
ดำผละออกไป เหมียวหอบ ยืนกันท่า ฉันกรีดร้อง
อีกไม่กี่วินาทีต่อมา ขณะที่ฉันมองหาไม้ไล่ไอ้ดำ
เหตุการณ์ก็เลวร้ายกว่าเดิม
ไอ้ดำซัดเจ้าเหมียวอีกรอบ โดยที่ฉันไม่ทันมอง
ฉันคว้าไม้ได้ โทสะพุ่ง ส่งเสียงดังลั่นซอย พร้อมฟาดไม้ลงไปบนพื้นรอบๆตัว
ไม่เคยโมโหขนาดนี้มาก่อนเลย
เจ้าเหมียว ล้มแล้ว นอนตะแคงหายใจหอบ
ไอ้ดำชะงัก วิ่งถอยห่างฉัน แต่ก็ไม่ล่ะสายตาจากเจ้าตัวน้อย
ฉันใจเสีย เข้าไปอุ้มเจ้าตัวน้อย วิ่งเอากลับไปไว้ที่บ้าน เพื่อรีบนำไปส่งโรงหมอ
มันเป็นอารมณ์ อย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
ฉันอธิษฐานให้มันได้อยู่กับฉันต่อ
มันมองหน้าฉัน และหายใจหอบเป็นระยะๆ
โอ้แม่เจ้า…อยู่ด้วยกันก่อนนะ
ฉันวางมันไว้บนโต๊ะกระจก แล้วรีบตะลุยเข้าบ้านหยิบทุกอย่าง
ใจไม่ดีเลย
มือไม้สั่น
สุดท้ายฉันวิ่งลงมา หัวแทบขมำ เพื่อมาอุ้มเจ้าเหมียวไปขึ้นรถ
…..
…..
…..
ไม่เชื่อได้มั้ย
ไหนแมวมีเก้าชีวิตไงเล่า
ฉันช้าไป
ขอโทษ